3 เคล็ดลับ ดื่มน้ำอย่างไรให้ร่างกายได้รับน้ำอย่างแท้จริง

ดื่มน้ำเปล่าๆ อาจไม่พอ! บทความนี้มี 3 เคล็ดลับว่าจะดื่มน้ำอย่างไรให้ร่างกายได้รับน้ำอย่างแท้จริง สุขภาพดี ไร้กังวลเรื่องขาดน้ำ


เรามักจะได้รับคำแนะนำว่าให้ดื่มน้ำต่อวัน 6-8 แก้ว ซึ่งจริงๆก็เป็นคำแนะนำที่ส่งต่อกันมารุ่นต่อรุ่น ผมเคยลองค้นดูว่าคำแนะนำนี้มีที่มาที่ไปยังไง ก็ยังไม่มีความชัดเจนว่ามันมาจากไหน มีวิธีคิดยังไง และมีความเป็นวิทยาศาสตร์รองรับมากน้อยแค่ไหนนะครับ เท่าที่เจอ มันเป็นคำแนะนำในปี 1945 ที่ไม่ได้อาศัยงานวิจัยทางการแพทย์เลย จริงๆ แล้ว การดื่มน้ำอย่างเหมาะสมมีความซับซ้อนมากกว่านั้น ซึ่งผมก็เคยได้นำเสนอวิธีคำนวณปริมาณน้ำที่ควรดื่มต่อวันไว้แล้วใครที่สนใจลองไปอ่านในบทความตามลิงค์ได้เลย

ในแต่ละวันเราควรดื่มน้ำกี่แก้ว ?
เราอาจจะเคยได้ยินบางคนแนะนำว่า เราควรดื่มน้ำวันละ 7-8 แก้ว บางคนบอกว่าดื่มเมื่อรู้สึกกระหายน้ำ แต่ว่าเอาจริงๆแล้วเราควรดื่มน้ำเท่าไหร่กันแน่

ในบทความข้างต้นก็จะเป็นวิธีคิดในการคำนวณหาปริมาตรน้ำที่ควรดื่มต่อวัน อย่างไรก็ตามการดื่ม "ของเหลว" เพื่อให้ร่างกายได้รับการเติมน้ำ หรือ Rehydrated นั้นยังมีเรื่องอื่นที่เกี่ยวข้องอีก ในบทความนี้จะนำมาแชร์กันเพิ่มเติมนะครับ ต่อไปนี้คือวิธีการที่จะทำให้ร่างกายได้รับน้ำอย่างเพียงพอ

บางคนอาจจะไม่รู้ว่า การดื่มน้ำเปล่าๆ บางครั้งดื่มมากแค่ไหนตลอดวันก็ไม่อาจทำให้ร่างกายของคุณได้รับน้ำอย่างเพียงพอ การดื่มน้ำอย่างเหมาะสม นั้นขึ้นอยู่กับองค์ประกอบอื่นด้วย โดยมีสิ่งที่สำคัญอยู่สองสามอย่างดังนี้

a glass of fresh water
Photo by engin akyurt / Unsplash

1. เกลือแร่ (Electrolytes)

เกลือแร่ (Electrolytes) เกลือแร่เป็นแร่ธาตุที่ละลายน้ำ กลายเป็นประจุ (ions) ที่ช่วยในการนำไฟฟ้าในร่างกาย ประจุเหล่านี้มีความสำคัญต่อการรักษาสมดุลของน้ำ ส่งสัญญาณประสาท และการหดตัวของกล้ามเนื้อ

เกลือแร่สำคัญ ได้แก่:

  • โซเดียม (Sodium)
  • โพแทสเซียม (Potassium)
  • แมกนีเซียม (Magnesium)
  • แคลเซียม (Calcium)
  • คลอไรด์ (Chloride)

โซเดียมมีหน้าที่รักษาสมดุลของแร่ธาตุอื่นๆ ทั้งหมด มีความสำคัญต่อร่างกายเรา ค่อนข้างมากในบรรดาเกลือแร่ต่างๆ อย่างไรก็ตาม แร่ธาตุแต่ละชนิดมีหน้าที่สำคัญของตัวเอง ซึ่งล้วนจำเป็นต่อการดื่มน้ำ ในบางครั้งเวลาที่เรากระหายน้ำมากๆ แต่ไม่ว่าจะดื่มน้ำมากแค่ไหน ก็ไม่รู้สึกหายจากอาการที่ว่า ดังนั้น สาเหตุก็คือร่างกายของเราขาดเกลือแร่ และแทนที่ร่างกายจะได้รับน้ำ กลับไปเจือจางระบบของคุณด้วยน้ำเปล่าๆ ที่มีเกลือแร่ไม่เพียงพอ ยิ่งดื่มก็ยิ่งกระหาย ความกระหายน้ำและความอยากอาหารเค็มของเรา ได้วิวัฒนาการร่วมกันจนกลายเป็นกลไกที่ปรับตัวได้สูง ช่วยควบคุมสมดุลของเกลือแร่และน้ำในร่างกายของเรา หากคุณดื่มน้ำเปล่าๆ มากเกินไป ก็จะไปเจือจางโซเดียมในร่างกาย

เมื่อร่างกายของเรารับรู้ว่าปริมาณโซเดียมเจือจางมากเกินไป ร่างกายจะผลิตอัลโดสเทอโรน (aldosterone) เพิ่มขึ้น อัลโดสเทอโรน ช่วยควบคุมสมดุลของน้ำและเกลือในไต โดยการกักเก็บโซเดียมและ ขับโพแทสเซียมและแมกนีเซียมออกไป แต่ก็ไม่ใช่ว่าให้เปลี่ยนจากการดื่มน้ำ ไปดื่มพวกเครื่องดื่มเกลือแร่อย่างเดียวนะครับ ให้ดูให้เหมาะสมค่อยๆสังเกตอาการที่ร่างกายเราตอบสนองกลับมา หลักๆที่เราควรดื่มคือน้ำเปล่า แต่อาจจะต้องมีบ้างบางช่วงที่ควรดื่มเครื่องดื่มเกลือแร่ หรือพวกเครื่องดื่มๆอื่นที่มีเกลือแร่

2. กลูโคส (Glucose)

กลูโคส (Glucose) กลูโคสเป็นแหล่งพลังงานหลักสำหรับฟังก์ชันการทำงานของเซลล์มากมาย นอกจากนี้ยังมีความสำคัญต่อการลำเลียงเกลือแร่ เมื่อรับประทานร่วมกัน กลูโคสและโซเดียมจะถูกขนส่งร่วมกันผ่านลำไส้เข้าสู่เซลล์ผ่านตัวขนส่งโซเดียม-กลูโคส (SGLTs) การขนส่งร่วมกันนี้ ช่วยให้ทั้งสองสารสามารถดูดซึมและกระจายเข้าสู่กระแสเลือดได้ กลูโคสจะช่วยให้เรามีพลังงาน ในขณะที่โซเดียมดึงน้ำเข้าสู่เลือดของคุณ SGLT ในไต จะดูดซึมกลูโคสและโซเดียมกลับคืนมา เพื่อให้คุณสามารถกักเก็บไว้ได้เมื่อคุณปัสสาวะ ช่วยรักษาสมดุลของเกลือแร่และการดื่มน้ำอย่างเหมาะสม

เนื่องจาก SGLT ต้องอาศัยทั้งโซเดียมและกลูโคสในการทำงาน ดังนั้น หากคุณเอาอย่างใดอย่างหนึ่งออกไป โซเดียม/เกลือแร่ที่คุณบริโภคเข้าไปจะไม่สามารถขนส่งหรือกักเก็บได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้เกลือแร่จะเป็นสิ่งจำเป็น แต่ถ้าไม่มีกลูโคส คุณจะไม่สามารถ ดื่มน้ำอย่างเต็มประสิทธิภาพ กลูโคสก็มีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อตอนที่เราเสียน้ำไปจากร่างกายเนื่องจากมีการใช้พลังงานในการทำกิจกรรมต่างๆ นอกจากจะเสียเกลือแร่ไปแล้ว ยังสูญเสียพลังงานไปด้วย

the light at the Sphinx building in Maastricht exhibition on a winter's afternoon
Photo by Sinitta Leunen / Unsplash

3. แสงแดด

อันนี้อาจจะดูแปลกๆหน่อย แต่ว่าแสงแดดมีส่วนเกี่ยวกับโครงสร้างของโมเลกุลน้ำในร่างกายนะครับ อย่างไรก็ตามแดดในบ้านเราค่อนข้างแรง ไม่แนะนำและไม่จำเป็นต้องตากแดดนาน รวมถึงไม่ควรตากแดดที่แรงจัดๆ โดยไม่ได้ทาครีมกันแดด แดดที่แนะนำคือพวกแดดในช่วงเช้าๆ หรือสายๆ หรือช่วงเย็นๆ ไม่จำเป็นต้องถอดเสื้อไปอาบแดด เพียงแค่ออกไปเดินออกกำลังกาย เล่นกีฬา วิ่งออกกำลังกาย หรือทำกิจกรรมกลางแจ้งบ้างเพียงระยะเวลาไม่นานในแต่ละวันก็เพียงพอแล้วนะครับ

สรุป

นอกจากน้ำเพียงอย่างเดียวแล้ว ก็มีองค์ประกอบอื่นด้วย ที่จะส่งผลดีต่อการเติมน้ำกลับให้กับร่างกาย เราอาจจะไม่จำเป็นต้องไปซื้อพวกเครื่องดื่มเกลือแร่ เครื่องดื่มให้พลังงาน มาดื่มก็ได้จริงๆก็สามารถทานเป็น น้ำผสมพวกผงเกลือแร่ หรือดื่มน้ำผึ้ง น้ำมะนาว น้ำผลไม้ (เช่นน้ำมะพร้าว) นม ตัวเลือกอื่นๆเหล่านี้ก็เป็นตัวเลือกที่ดีเหมือนกัน

Photo by Xiaoyu Li / Unsplash

GO TOP

🎉 You've successfully subscribed to Fat Fighting!
OK